เมื่อปี พ.ศ. 2538 มีการศึกษาทางห้องปฏิบัติการร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาคุณสมบัติของสมุนไพรตำรับดังกล่าวในระดับการวิจัยเบื้องต้น โดยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองและในหลอดทดลอง พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นข้อมูลในเชิงวิชาการสำหรับการศึกษาต่อยอด
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษากับอาสาสมัครบางกลุ่มภายใต้การติดตามทางวิชาการ เพื่อประเมินการตอบสนองของเซลล์ภูมิคุ้มกันในห้องปฏิบัติการ โดยผลการศึกษาถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิจัยด้านสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกต่อไป
ต่อมา องค์การเภสัชกรรม ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารสกัดสมุนไพร GP0 1986 โดยมีการศึกษาคุณสมบัติของสารสกัดในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาทางวิชาการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอนาคต
อีกทั้งในด้านความปลอดภัย มีการส่งตัวอย่างสมุนไพรเพื่อศึกษาด้านความปลอดภัย และการประเมินข้อมูลทางพิษวิทยา (Toxicity Study) ในต่างประเทศ โดยผลการศึกษาดังกล่าวถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบด้านมาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ดังนั้น องค์การเภสัชกรรมส่งยาตำรับนี้ไปทดลองเรื่องพิษในสมุนไพร (Toxicity) ที่สถาบันค้นคว้าของประเทศอินเดีย เพื่อทดลองพิษ สรุปว่าไม่พบพิษในสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของยา เพื่อให้เป็นที่แน่ใจและยอมรับในสากล
